สายเทรดห้ามมองข้าม เดี๋ยวจะงานเข้าไม่รู้ตัว!
ยุคนี้ใครๆ ก็หันมาเทรดคริปโตกันเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum, หรือเหรียญชื่อน่ารักอย่าง Dogecoin, Shiba Inu ก็มีให้เล่นให้ลองกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้ หรือไม่อยากรู้ (ฮ่าๆ) ก็คือ เรื่องภาษี!
ใช่ครับ! เทรดคริปโตในไทย ต้องเสียภาษี นะจ๊ะ ไม่ใช่ว่าทำกำไรได้แล้วเก็บเข้ากระเป๋าเฉยๆ เพราะสรรพากรเค้ามีตาดีตามมาดูแล้วเรียบร้อย เพราะฉะนั้น ใครเป็นสายเทรด สายลงทุน อ่านบทความนี้ไว้ จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียดตอนสิ้นปี
คริปโต = สินทรัพย์ดิจิทัล ต้อง เสียภาษี จริงเหรอ?
ก่อนอื่นขอปูพื้นก่อนว่า “คริปโตเคอร์เรนซี” (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin หรือเหรียญอื่นๆ ถูกจัดให้เป็น "สินทรัพย์ดิจิทัล" ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่งหมายความว่า… ถ้ามีรายได้จากการเทรดคริปโตเมื่อไหร่ ก็เข้าข่ายต้องเสียภาษีทันที
พูดง่ายๆ คือ ถ้ามีกำไรจากการเทรดซื้อขายเหรียญเมื่อไหร่ หรือได้รับเหรียญจากการขุด (Mining) หรือแม้แต่ได้จาก Airdrop, Staking ต่างๆ ก็ถือเป็น “รายได้” ที่ต้องนำไปยื่นภาษีด้วย
รายได้จากคริปโต มีอะไรบ้างที่ต้อง เสียภาษี ?
แบ่งง่ายๆ ได้แบบนี้เลย:
- กำไรจากการซื้อขาย (Capital Gains)
- ซื้อถูก ขายแพง ได้ส่วนต่าง นั่นแหละคือกำไร ต้องเสียภาษี
- ยกตัวอย่าง: ซื้อ Bitcoin มา 50,000 บาท แล้วขายได้ 70,000 บาท กำไร 20,000 บาท ตรงนี้ต้องนำไปยื่นภาษี
- รายได้จากการขุดเหรียญ (Mining Income)
- ใครที่ตั้งเครื่องขุดไว้บ้าน หรือเช่า Cloud Mining ก็เข้าข่ายต้องยื่นเหมือนกัน เพราะถือเป็นรายได้จากการทำงาน
- รายได้จาก Airdrop / Staking / Yield Farming
- ได้เหรียญฟรีจากกิจกรรมต่างๆ หรือรับดอกเบี้ยจากการฝากเหรียญ ตรงนี้ถือว่าเป็นรายได้ด้วยนะ ไม่ใช่ของขวัญฟรี!
ต้อง เสียภาษี “แบบไหน”?
ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญ: “แล้วต้องเสียแบบไหนวะ?”
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)
รายได้จากคริปโตจะต้องนำมารวมคำนวณในตอนยื่นภาษีเงินได้สิ้นปี โดยจะถูกจัดอยู่ในประเภท “เงินได้ประเภทอื่นๆ” (ตามมาตรา 40 (4)(ก))
ซึ่งเราต้องนำรายได้พวกนี้ไปรวมกับรายได้ทั้งหมด เช่น เงินเดือน, ค่าจ้าง, ค่าทำงานเสริม แล้วค่อยไปคำนวณตามขั้นบันไดภาษีเหมือนเดิม
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เฉพาะกรณีบางเว็บ)
ถ้าเราเทรดผ่าน Exchange ที่อยู่ในไทย เช่น Bitkub หรือ Zipmex (ตอนที่ยังเปิดอยู่เต็มตัว) เวลาขายเหรียญแล้วได้เงิน ระบบบางเจ้าจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทันทีเลย แล้วออกเอกสารหักภาษีให้
ถ้าเจอแบบนี้ อย่าลืมเก็บใบหักภาษีไว้ เพราะเอาไปหักลดภาษีตอนยื่นได้
ไม่ได้ขาย ไม่ได้กำไร ยังต้องยื่นมั้ย?
หลายคนอาจจะงงว่า “ถ้ากูแค่ซื้อแล้วถือไว้ ไม่ได้ขายเลย จะต้องยื่นมั้ย?”
คำตอบคือ “ยังไม่ต้องเสียภาษี” ถ้ายัง ไม่ขาย = ยังไม่เกิดกำไร
แต่ถ้าปีนั้นเราเคยขาย แล้วมีกำไร ก็ต้องยื่นครับผม ถึงจะเป็นแค่ครั้งเดียวก็ต้องยื่นนะ เดี๋ยวโดนเรียกย้อนหลังจะยุ่ง!
แล้วต้องยื่นยังไง? ยากมั้ย?
การยื่นภาษีจากคริปโตไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องมีวินัยนิดนึง เพราะต้องทำ บัญชีรายรับ-รายจ่าย หรืออย่างน้อยก็เก็บหลักฐานการเทรด เช่น:
- วันที่ซื้อเหรียญ ราคาเท่าไหร่
- วันที่ขายเหรียญ ราคาเท่าไหร่
- ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ Exchange
- ใบเสร็จหรือสลิปต่างๆ
ใครใช้เว็บเทรดในไทย ส่วนมากจะมีฟังก์ชัน Export รายงานให้อยู่แล้ว ใช้ยื่นแนบกับแบบ ภ.ง.ด.90 ได้เลย
ถ้าไม่ยื่นจะเป็นอะไร?
บอกเลยว่า… อย่าเสี่ยง!
เพราะสรรพากรเค้าเริ่มตรวจสอบเรื่องคริปโตจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่เทรดเยอะ เงินเข้าออกบัญชีบ่อย มีการเชื่อมโยงข้อมูลจาก Exchange ต่างๆ ด้วย
หากตรวจสอบย้อนหลังแล้วเจอว่าไม่ยื่น หรือยื่นไม่ครบ อาจโดน:
- เบี้ยปรับ
- เงินเพิ่ม
- ดอกเบี้ยย้อนหลัง
- โดนเรียกตรวจสอบบัญชี
บางรายหนักๆ อาจถึงขั้นโดนคดีภาษีเลยก็มี!
แล้วถ้าเทรดใน Binance, Bybit, หรือเว็บต่างประเทศล่ะ?
ข้อนี้เด็ดมาก เพราะหลายคนแอบคิดว่า “เทรดนอกไทย ใครจะรู้!”
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า “ไม่ใช่ช่องโหว่” นะครับ เพราะสรรพากรถือหลักว่า “คนมีรายได้ในไทย ต้องเสียภาษีที่ไทย” อยู่ดี ไม่ว่าจะใช้แพลตฟอร์มไทยหรือต่างประเทศก็ตาม
ถึงแม้จะไม่มีระบบหัก ณ ที่จ่ายเหมือนในไทย แต่ถ้าเรามีกำไรจากการเทรด ก็ต้องเก็บหลักฐาน และยื่นภาษีให้เรียบร้อย
มีอะไรลดหย่อนภาษีได้มั้ย?
ข่าวดีคือ… กำไรจากคริปโต ไม่มีสิทธิใช้ค่าลดหย่อนเฉพาะเลย แต่เรายังใช้ ค่าลดหย่อนทั่วไป ได้ เช่น:
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- ประกันชีวิต
- กองทุน RMF, SSF
- ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา
ใครที่เทรดคริปโตแล้วกลัวภาษีจะหนัก ก็วางแผนลดหย่อนให้ดี จะได้ไม่ต้องจ่ายเยอะ
สรุป
- ถ้าเทรดคริปโตแล้วมีกำไร = ต้องเสียภาษี
- เทรดผ่านเว็บไทย = อาจโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
- เทรดเว็บนอก = ต้องเก็บหลักฐานเอง แล้วมายื่นเอง
- ยังไม่ขาย = ยังไม่ต้องเสีย (แต่ต้องตามดู)
- ไม่ยื่นเลย = เสี่ยงโดนสรรพากรตรวจย้อนหลัง
- ยื่นภาษีตอนสิ้นปี = ใช้แบบ ภ.ง.ด.90 พร้อมแนบเอกสารประกอบ
ฝากไว้สำหรับสายเทรด
ถ้ารักการเทรด อย่ารักแค่กำไร ต้องรัก “ความโปร่งใส” ด้วยนะครับ พยายามวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าจะคำนวณยังไง เก็บข้อมูลยังไง อย่ารอให้เงินเข้าบัญชีเป็นล้านแล้วค่อยมานั่งไล่ดูย้อนหลัง เพราะตอนนั้นจะ “ปวดหัว” หนักมาก
ใครที่ยังไม่เคยยื่นภาษีเลย ลองปรึกษาสำนักงานบัญชี หรือโหลดแอปยื่นภาษีของกรมสรรพากรมาใช้ก็สะดวกมากขึ้นแล้วนะ สมัยนี้ออนไลน์หมด ไม่ต้องเดินทาง
เทรดให้ดี มีกำไรแล้วอย่าลืมจ่ายภาษีให้ถูกต้องด้วย จะได้อยู่ในวงการแบบยาวๆ ไม่โดนเรียกสอบทีหลังนะครับ!